วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนารี ม.2 ^^

ลูกเสือ-เนตรนารี ม.2 ของโรงเรียนตากพิทยาคม! :))
       
       สวัสดีค่าา~ วันนี้แฟงจะมาเล่าให้ทุกๆคนได้ทราบ เกี่ยวกับ การเข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนารี ของม.2 โรงเรียนตากพิทยาคม ! กันค้าา ^^
   (เข้าค่ายตั้งแต่วันที่ 24-26 มกราคม ค่ะ ^^)

        วันที่ 24
   ลูกเสือ-เนตรนารี ม.2 ทุกคน จะไปพบกันที่ โรงเรียนบ้านห้วยนึ่ง เพื่อรวมตัวกันเดินทางไกล ไปจนถึงค่ายตชด. 34 ซึ่งมีระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร พอถึงค่ายตชด.34 ครูฝึกก็ให้เราคลานเข้าค่าย และให้นั่งพัก ต่อจากนั้น ก็พาพวกเราไปไหว้พระเจ้าตากสิน และปล่อยให้ ไปรับประทานอาหาร จากนั้น ก็เข้าฐานต่างๆ ตามที่ได้จัดไว้ พอตกเย็นก็ปล่อยให้ไปรับประทานอาหารและเข้าฐานต่อ เข้านอนประมาณห้าทุ่ม
         วันที่ 25
   ตื่นเช้ามา ครูฝึกก็ให้เราไปออกกำลังกายบริหาร และให้แบ่งคนไปทำอาหาร 2 คน จากนั้น ก็ปล่อยให้ไปรับประทานอาหารและอาบน้ำ แล้วก็เรียกรวมกอง เพื่อปล่อยให้แต่ละกองไปตามฐานต่างๆ ซึ่งแต่ละฐานก็มีทั้งสนุก น่ากลัว และหวาดเสียว    ในตอนกลางคืนได้มีการแสดงรอบกองไฟ ซึ่งกองลูกเสือ-เนตรนารี แต่ละหมู่ ก็แสดงได้ดีมาก 




วันสุดท้าย
ตื่นมาก็เหมือนเดิม ครูฝึกให้ออกกำลังและ แบ่งคน 2 คนทำอาหารเช้า แล้วก็ปล่อยให้มาทำธุระส่วนตัว จากนั้น เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้เรียกรวมกอง เพื่อปิดประชุมกอง และมีการร้องเพลง และจับมือแสดงความยินดีกับครูฝึก คุณครู และหมู่ลูกเสือ-เนตรนารี 


"พวกเราขอขอบคุณที่ได้ช่วยฝึกฝน และสอนให้พวกเราได้เรียนรู้ถึงความอดทน ความสามัคคี และความรักใคร่กลมเกลียวกัน และขอขอบคุณผู้อำนวยการโรงเรียนตากพิทยาคม ที่เป็นผู้เปิดการเข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนารี ครั้งนี้ หวังว่า จะมีการเข้าค่ายแบบนี้ และสนุกเหมือนเดิม :) "

กิจกรรมประจำหน่วยที่ 2 เรื่อง หลักการและวิธีการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
 (1) กระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร มีองค์ประกอบอะไรบ้าง
 
กระบวนการเทคโนโลยี (Technological Process) คือ  ขั้นตอนการแก้ปัญหาหรือตอบสนองต่อความต้องการ ซึ่งจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากทรัพยากรให้เป็นผลผลิตหรือผลลัพธ์ ระบบเทคโนโลยีประกอบด้วยกระบวนทางเทคโนโลยีทั้งหมด 7 ขั้นตอน ได้แก่ 
1.กำหนดปัญหาหรือความต้องการ (Identification the problem,need or preference) 
2.รวบรวมข้อมูลเพื่อแสวงหาวิธีการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ (Information) 
3.เลือกวิธีการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ (Selection of the best possible solution)
4.ออกแบบและปฏิบัติ 
5.ทดสอบ (Testing to see if it works) 
6.การปรับปรุง (Modification and improvement)
7.ประเมินผล (Assessment)  
(2) จงให้คำนิยามของสิ่งต่อไปนี้ พร้อมทั้งแสดงให้เห็นว่าสิ่งเหล่านั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไรบ้าง
ข้อมูล,สารสนเทศ,ความรู้
1)
ข้อมูล คือ ข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ เช่น คน สถานที่ สิ่งของต่าง ๆ ซึ่งมีการเก็บรวบรวมเอาไว้
2)สารสนเทศ คือ ข้อมูลที่ได้ผ่านกระบวนการประมวลผลแล้ว อาจใช้วิธีง่าย ๆ เช่น หาค่าเฉลี่ย หรือใช้ เทคนิคขั้นสูง 
3)
ความรู้ คือ ความเข้าใจในเรื่องบางเรื่อง หรือสิ่งบางสิ่ง ซึ่งอาจจะรวมไปถึงความสามารถในการนำสิ่งนั้นไปใช้เพื่อเป้าหมายบางประการ (3) จงยกตัวอย่างจากประสบการณ์ของนักเรียนเองว่า ความรู้ช่วยในการตัดสินใจได้อย่างไร
         
เวลาเราเลือกซื้อของ เราต้องใช้ความรู้ในการพิจารณาของว่า มีความจำเป็นไหม ราคาเหมาสมรึเปล่า ปริมาตรเเละคุณภาพเป็นอย่างไร 
(4) การเก็บรักษาข้อมูลและสารสนเทศมีวิธีอย่างไร และเก็บไว้เพื่อประโยชน์อะไร
การดูแลรักษาข้อมูล อาจประกอบด้วยกิจกรรมต่อไปนี้
การเก็บรักษาข้อมูล การเก็บรักษาข้อมูล หมายถึง การนำข้อมูลมาบันทึกเก็บไว้ในสื่อบันทึกต่างๆ เช่น แผ่นบันทึกข้อมูล นอกจากนี้ยังรวมถึงการดูแล และทำสำเนาข้อมูลเพื่อให้ใช้งานต่อไปในอนาคตได้      
การทำสำเนาข้อมูล การทำสำเนาเพื่อเก็บรักษาข้อมูล หรือนำไปแจกจ่าย จึงควรคำนึงถึงความจุและความทนทานของสื่อบันทึกข้อมูล      
การสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูล ข้อมูลต้องกระจายหรือส่งต่อไปยังผู้ใช้งานที่ห่างไกลได้ง่าย การสื่อสารข้อมูลจึงเป็นเรื่องสำคัญและมีบทบาทที่สำคัญยิ่งที่จะทำให้การส่งข่าวสารไปยังผู้ใช้ทำได้รวดเร็วและทันเวลา      
การปรับปรุงข้อมูล ข้อมูลที่จัดเก็บไว้มีจุดประสงค์เพื่อการใช้งาน เช่น ในการตัดสินเพื่อดำเนินการ ดังนั้นข้อมูลจึงต้องมีการปรับปรุง ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา และจัดเก็บอย่างเป็นระบบเพื่อการค้นหาได้อย่างรวดเร็ว      
       ปัจจุบันผู้บริหารต้องสามารถปฏิบัติงานได้รวดเร็วขึ้น เพื่อตอบสนองต่อการแข่งขันตลอดจนการผลักดันของสังคมที่มีการใช้ระบบสื่อสารข้อมูลที่ทันสมัยมากขึ้น การแข่งขันในธุรกิจจึงมากขึ้นตามลำดับ มีการใช้คอมพิวเตอร์มาวิเคราะห์ แยกแยะ และจัดสรรข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ เพื่อการตัดสินใจ     ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้คอมพิวเตอร์มีความสามารถมากขึ้น มีขนาดเล็กลง และราคาถูกลง การนำคอมพิวเตอร์มาใช้งานจึงแพร่หลายอย่างรวดเร็ว ตลอดจนระบบสื่อสารก้าวหน้ายิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลทำให้ระบบสารสนเทศขององค์การที่ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น  
(5) การเผยแพร่สารสนเทศมีวัตถุประสงค์อย่างไร และต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
  
วัตถุประสงค์ คือ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการเผยแพร่และต้องคำนึงถึง กลุ่มคนที่เราต้องการให้รับรู้ในการเผยเเพร่
(6) จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เมื่อนักเรียนพบปัญหา ตามปกตินักเรียนจะหาคำตอบให้แก้ปัญหานั้นด้วยวิธีใดบ้าง จงบอกมา 3 วิธี พร้อมทั้งบอกว่าแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียอย่างไร   
ปัญหา คือ นอนไม่หลับ            
วิธีที่ 1  นอนเเต่หัวค่ำ ข้อดีนอนไปเรื่อยเดียวก็กลับเอง  ข้อเสียทำได้ยากเพราะต้องทำการบ้าน            วิธีที่ 2  หากิจกรรมทำก่อนนอน ข้อดี ง่วงทำให้หลับสบาย ข้อเสีย ต้องทำการบ้าน            
วิธีที่ 3 เปิดวิทยุ  ข้อดีหลับง่าย  ข้อเสียไม่มีใครปิดวิทยุให้ เปลืองไฟ
(7) ปัญหาง่ายๆในชีวิตประจำวัน จำเป็นต้องใช้วิธีแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบหรือไม่ เพราะเหตุใด
      จำเป็น เพราะ การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบทำให้เรารู้ถึงปมปัญหา
(8) การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบมีขั้นตอนและวิธีการอย่างไร จงอธิบาย และมีประโยชน์อย่างไร
 
    ขั้นตอนที่ 1 วิเคราะห์ปัญหาเพื่อหาประเด็นสำคัญของปัญหา           
     ขั้นตอนที่ 2 หาแนวทางการแก้ปัญหา            
      ขั้นตอนที่ 3 กำหนดรายละเอียดในการแก้ปัญหา           
    ขั้นตอนที่ 4 พิจารณารายระเอียดว่าเหมาะสมหรือไม่           
     ขั้นตอนที่ 5 พิจารณามาตรการแก้ปัญหาว่าเพียงพอ
ประโยชน์ คือทำให้การเเก้ปัญหาง่ายขึ้น
(9) จงยกตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยในการแก้ปัญหาที่นักเรียนได้พบเห็นมาโดยเล่าเรื่องราวพอสังเขปและวิจารณ์ว่าเป็นการแก้ปัญหาที่เหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด
     การทำงานที่พิมพ์ทีละมาก ให้Saveบ่อยจะได้กันเวลาไฟตกหรือไฟดับ